ความรู้ทัวไปเกียวกับสิวปกตติร่างกายจะขับใขผิวหนังออกมาเพือหล่อลื่นผิวโดยต่อมไขมันใต้ผิวหนังซึ่งมีทางออก
ใกล้กับรูขุมขนเรียกว่าท่อไขมันเมื่อเกิดเหตุใดก็ตามที่ทำให้ท่อไขมันนี้อุตตันจะทำให้ผิวหนังเกิดจุดแดงหรือดำหรือเกิด
เป็นเม็ดนูนสีเดียวกันกับผิวหนังซึ่งมีจุดสีแดงหรือดำตรงกลาง จะถูกเรียกว่า  "คอมิโดน   ( comedone ) หรือสิว ( acne )"
บางครั่งมีการอักเสบด้วยเมื่อหายอ้กเสบแล้วจะมีรอยดำหรือแดงอยู่ชั่วคราวบางทีอาจเกิดเป็นแผลลึกลงไปด้วย สาเหตุที่แท้
จริงของการเกิดสิวมิใด้เกิดจากการแพ้้ แต่เกิดจากความผิดปกตของต่อมใขมันที่ขับใขผิวหนังออกมามากผิดปกติแต่
เกิดจากการอุตตันแล้วแปลสภาพเป็นคอมิโด ( comedone ) ดังกล่าว

สิวมีหลายชนิดมีลักษณะต่าง ๆ กันดังนี้
สิวแท้จะมีจุดดำเล็กๆ ตรงกลาง ซึ่งเกิดการอับเสบหรือไม่ก็ได้ ถ้าเกิดการอับเสบจะเห็นเป็นเม็ดสีแดง
ขนาดต่าง ๆ กัน อาจมีหนองเกิดขึ้นลักษณะสิวที่ปรากฏสามารถบ่งชีถึงความรุนแรงของการอับเสบใด้ เช่น ถ้าสิวเม็ดเล็ก
แสดงว่าการอับเสบอยู่ตื้นสิวเม็ดใหญ่ แสดงว่าการอับเสบอยู่ลึกอาจมีลักษณะคล้ายๆ ถุงเหมือนฝีทีกำลังจะสุก มักมี
การเจ็บปวดหรือคันร่วมด้วย ภายหลังการอับเสบหายจะมีรอยแดงเหลืออยู่อาจกลายเป็นสีดำแล้วค่อยๆ หายจางลงไปเอง
ขณะเกิดสิวมีข้อแนะนำมิให้แกะหรือบีบ เพราะเมือหายแล้วอาจเกิดเป็นแผลเป็นลึก ต้องอาศัยเวลานานกว่าจะเลื่อนหายไป
2 สิวหัวช้าง คือ สิวทีมีการอักเสบ และมีขนาดใหญ่มาก
3 สิวหัวเปิด คือ สิวอุตตันที่มีจุดดำตรงกลางยาจเรียกว่าสิวหัวดำ รักษาใด้งาย อาจไช้เครื่องมือช่วยกดใด้
4 สิวหัวปิด คือ สิวหัวขาว การรักษาต้องอาศัยเวลานาน
5 สิวเสียน คือ สิวชนิดนี้ไม่ใด้เกิดจากการอุตตันของต่อมใขมัน จึงไม่มีการอับเสบร่วม แต่เป็นสิวทีมีลักษณะ
ของใขผิวหนังที่ขับออกมาแล้วเกิดการครั่งค้างอยู่ตามรูขุมขน เมื่อไม่ถูกบีบหรือกำจัดออกไปไขผิวหนังเหล่านี้สัมผัสกับ
อากาศและฝุ่นลอองจะกลายสภาพเป็นสีดำ บางครั่งสิวเสี้ยนอาจเกิดจากขนที่คุดบริเว็ณที่เกิดสิวมากที่สุด คือ ใบหน้า
โดยเฉพาะแก้ม ร่องจมูกและหน้าผากนอกจากนี้หลังและลำคออาจเกิดสิวใด้เช่นกันสิวจะเกิดใด้ทุกเพศทุกวัยแต่ส่วนใหญ่จะ
เกิดจากวัยรุ่นจนถึงวัยหนุ่มสาว สาเหตุใหญ่ของการเกิดสิวคือ
เกิดการอุตตันของต่อมไขมันซึ่งการอุตตันนี้อาจเกิดขึ้นใด้


การรักษาสิว
 เมื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงของสิว  ความเป็นไปของผิวหนังในขณะเกิดสิวและความรุนแรง
ของสิวแท้ การรักษาสิวจึงเป็นสิ่งไม่ยาก  และควนดำเนินการให้ถูกวิธีโดยหาสาเหตุและปัจจัยร่วมให้ใด้เสียก่อน 
 เพราะสิวในทุกคนจะใม่เหมือนกันเสมอไป  ขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วมที่ต่างกันด้ว    ไม่ควนเชื่อคำโฆษณางาย ๆ
 อาจเป็นการดูแลรักษาสิวผิดวิธีและไม่หายใด้ เช่นการใช้สเตียรอยด์ในการรักษาสิวอาจทำให้เกิดสิวสเตีนรอยด์ เพิ่มขึ้นใด้  
ขั้นตอนรักษาสิว  มี 3 ข้อ คือ

        
1  ป้องกันใม่ให้ต่อมใขมันที่อุตตันอยู่แล้วอักเสบหรือลดการอักเสบของสิว 
โดยการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง เช่น ยาปฎิชีวนะ  ภายใน1 - 3 สัปดาห์ ถ้ายาถูกต้อง อาการอักเสบของสิวจะ
ลดลงหรือหมอไป  ขั้นตอนนี้จะทำไปจนกว่าจะเห็นว่าปริมาณของการอุตตันลดน้อยลง  หรือาการอักเสบหายไป
 จึงดำเนินขั้น 2 ต่อไปการอุตตันลดน้อยลงหรือการอักเสบหายดีแล้วมิใด้หมายความว่าสิวจะหาย ถ้ายังใม่ขจัดการอุตตัน
ของต่อมใขมันให้หมดไปสิวยังดำเนินต่อไปใด้

         ขจักการอุตตันของต่อมใขมัน   โดยใช้ยาทาให้สิงอุตตันนั้นหลวมตัว  แล้วให้แรงดันของไขผิวหนังซึ่ง
ค้างอยู่ในต่อมใขมันขับสิ่งที่อุตตันนี้ออกมาเอง  อาจมีการใช้เครื่องมือช่วยกดออกใด้ยาที่ขจัดการอุตตันที่ใด้ผลดีที่สุด
คือ กรดวิตามินเอ(vitamin A aci)ที่มีความแรง  5%หรือครีมหมอจุฬาร้านคุณสมัย

        3  ป้องกันมิให้มีการอุตตันอีก  โดยใช้ยารับประทานต่อเนื่องไปจนพ้นวัยของการเป็นสิวหรือป้องกันโดยหลีกเลียง
ต้นเหตุหรือปัจจัยร่วมต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดสิว     กรณีของผู้ที่เป็นสิวในระยะเริ่มต้นยังไม่มีการอักเสบของหัวสิว  ดำเนินการ
ขั้น 2 ใด้เลย  กรณีของผูที่เป็นสิวที่มีการอักเสบรุนแรงและสิวเกิดมาก อาจใช้ขั้นตอนที่2 ควบคู่กับขั้นตอนที่1
และร่วมด้วยขั้นตอนที่3 ตามมาเกณฑ์ตัดสิน(criteria)ที่ใช้ดูว่ามีการตอบสนองหรือการดื้อของยา  คือ  ดูว่ามีการอักเสบแห่ง
ใหม่เกิดขึ้นหรือไม่  และดูรอยอักเสบเก่ายุบลงใน 6 สัปดาห์หรือใม่  ถ้ายุบลงแปลว่าตอบสนอง แต่ถ้ามีรอยอักเสบใหม่เพิ่มขึ้น 
 แปลว่า เกิดการดื้อ   หรือตุ่มสิวอักเสบอยู่ก่อนไมมีการยุบภายใน  6 สัปดาห์ แปลว่า เกิดการดื้อเช่นกัน  การรักษาสิวเกรด
1-3 อาจใช้ยารับประทานร่วมกับยาทาภายนอก  สำหรับสิวเกรด4จะต้องใช้  isotretinoin  ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอรับ
ประทานร่วมด้วย  โดยจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด  เพราะยานี้มีผลข้างเคียงมากมาย  
ไม่ควนซื้อมารับประทานเอง

ข้อแนะนำสำหรับคนปกติที่ไม่ใด้เป็นสิวเพือป้องกันการเกิดสิว
1  ควนล้างหน้าเช้า-เย็น แต่ไม่ควนเกินวัลละ 3 ครั่งโดยใช้สบู่อ่อนๆ
2  อย่าเช็ดถูหน้าแรง ๆ
3  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะพวกวิตามินที่ช่วยบำรุงผิว เช่นวิตามินเอ วิตามินอี เป็นต้น
4  ออกกำลังการให้โลหิตหมุนเวียนดี อาจลดอาการอุตตันของใขมันใด้
5  ทำจิตรใจให้ร่าเริงผ่องไสเบิกบานอยู่เสมอ ถ้าอารมณ์เครียดจาการทำงานก็หาทางผ่อนคลายเสียบ้าง

                                                                      

 

                                                         ความรู้เกียวกับการเกิดฝ้าและกะ
               
 ฝ้า  คือ  รอยคล้ำสีน้ำตาลอ่อนหรือเข้มซึ่งปรากฎบนผิวหน้า  ทำให้แลดูไม่สวยงาม โดยเฉพำะผู้หญิงบางคนจะ
กังวลมากกับเรืองการเกิดฝ้าซื่งถือแม้ว่าจะไม่ใช้โรคผิวหนังก็ตาม  ก็จะต้องมีการรักษาให้หาย ฝ้ามักเป็นบริเวญโหนกแก้ม
หน้าผาก ริมฝีปาก คางและหนือคิ้ว มักเป็นทั่ง 2 ข้างเท่าๆ กันและขึ้นเป็นแถบหรือปื้น โดยส่วนใหญ่พบในหญิงอายุ
ระหว่าง 2540ปี  สาเหตุของการเกิดฝ้านั้นมีปัจจัยร่วมกัน 2 อย่างดังนี้

1.การเสียสมดุลของการสร้างเมลานินของผิวหนัง
ซึ่งหมายถึงเซลล์สร้างสีผิวเกิดความผิดปกติปล่อยmelanosomesหรือเมลานินออกมาไม่เท่ากันในแต่บริเวญของผิวหนัง และมีการตอบสนองต่อตัวกระตุ่นการสร้างสีผิวคือแสงแดดได้แตกต่างกันทำให้ปรากฎเป็นแผ่นสีน้ำตาลในบาง
บริเวญบนใบหน้า การเสียสมดุลของการสร้างสีผิวนั้นเกิดจากฮอร์โมนในร่างกายเปลียนไป เช่น วัยหมดประจำ
เดือนการตั่งครรภ์ การกิดยาคุมกำเนิด การไช้เครื่องสำอางค์บางชนิดทีมีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศ

2. ต้องมีตัวกระตุ้นการสร้างสี
คือ  แสงแดด ช่วงที่มีผลต่อการดกิดฝ้ามากที่สุดคือ แสงแดดช่วงเวลา 09.00-15.00น.ซึ่งมีความเข้มของรังสีUV สูง 
กระ มีลักษณะเป็นจุดเดียวๆ สีน้ำตาล ไม่มีแนวโน้มจะรวมเป็นปื้นแบบฝ้าเป็นผลจากแสงแดดในช่วง UV-B
ทีใด้สะสมมานาน หรือผลจากธรรมชาติทางผิวหนังในแต่ละบุคล

การขจัดฝ้าหรือการป้องกันรักษาฝ้า
การรักษาฝ้า  จะต้องยึดหลักว่า  ขจัดฝ้าที่มีอยู่แล้วให้หมดไปพร้อมๆ กับการป้องกันฝ้าใหม่มิให้เกิดขึ้นมาการขจัดฝ้าถ้า
ดูตามสาเหตุแล้วก็คือฮอร์โมนที่ทำให้เชลล์สร้างสีเสียสมดุลการสร้างสีผิวนั่นเองแต่บางครั่งการควบคุมฮอร์โมน
เป็นสิ่งที่ทำใด้ยาก ดังนันจึงต้องขจัดที่ขบวนการสร้างสีผิววิธีการที่ถูกต้องนั้นควนเลือกไช้สารที่สามารถหยุดหรือยับยั่ง
การสร้างเมลานินโดยไม่ทำให้เชลล์สร้างสีผิวตาย เพราะถ้าใช้สารทำลายเชลล์สร้างสผิวแล้วร่างกายจะขาดทหาร
สำคัณในการป้องกันผิวหนังจากแดดเผา ได้   ดังนั่นเมื่อผู้ใดเป็นฝ้าแล้วมักจะไม่หายขาดตราบใดที่ฮอร์โมนยังไม่ถูก
ควบคุมหรือกำจัด   การไช้ยารักษาฝ้าจึงขจัดใด้ช่ัวคราวเท่านั่นส่วนการป้องกันการเกิดฝ้าใหม่ก็คือ หลีกเลี่ยงสิ่ง
กระตุ้นการสร้างเมลานินเสีย เช่น การไช้ผลิตภันท์ป้องกันแสงแดดหรือหลีกเลียงเครื่องสำอางค์ที่ผสมฮอร์โมน นอกจากนี้ควนหลีกเลียงการสัมผัสแสงแดดในช่วง 09.00-15.00 น ถ้าจำเป็นเนื่องจากภารกิจการงาน ก็สวมไส่หมวกหรือกางร่ม
เพื่อให้ใบหน้าพ้นจากการถูกแสงแดดโดยตรง
 

ปกติแล้วทางการแพทย์มักจะเนะนำให้ไช้ยาที่สามารถหยุดหยั่งการสร้างสีผิวโดยไม่ทำให้เซล์สร้างสีตาย เช่นไฮโดรคิวโนน
 เป็นต้น และอาจมีการผสมยาที่ช่วยในการปรับสมดุลของการสร้างสีให้สู่สภาพปกติเร็วขึ้น เช่น การไช้ยาเร่งให้สีผิว
ที่สร้างขึ้นมาแล้วหลุดออกไปใด้เร็วขึ้น และทำให้เส้นเลือดขยายตัว เพือให้สีของฝ้าที่อยู่ลึก ๆ ถูกดูดซึมและขับถ่ายออกไปจาก
ร่างกาย ยาที่มีสมบัติดังกล่าวนี้ก็คือ กรดวิตามิน เอ (vittamin A acid)
 มีการผลิตครีมที่มีส่วนผสมไฮโดคิวโนน
และกรดวิตามินเอใช้เพือรักษาฝ้า
โดยจะต้องทาติดต่อกันทุกวันจนฝ้าหายไปจากผิวหน้าและสีผิวหน้าเท่ากัน ( เป็นการปรับสมดุลของสีผิวที่ปลายเหตุ
 เพราะต้นเหุคือออร์โมนซึ่งควบคุมยาก )
 หลังจากนั่นจะต้องต่อย ๆ  หยุดยาโดยเว้นระยะการทาเป็นวันเว้นวัน 
และห่างลงเรือย ๆ ไม่ควนจะหยุดทายาทันทีเมือฝ้าหาย เพราะมีโอกาศที่จะเกิดการสร้างสีผิวทีเสียสมดุลทำให้ฝ้ากลับปรากฎ
ขึ้นมาอีกใด้นอกจากนี้การใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดร่วมด้วยก็เป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกัน
มิให้ผิวหน้าสัมผัสแสงแดดโดยตรงอันเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้าขึ้นมาอีก

ข้อควนระวัง
ใด้กล่าวไปแล้วว่า (monobenzyl ether of hydroquinone)มีสมบัติในการฆ่าเซลล์สร้างสีทำให้เกิดการขจัดสีผิวโดยถาวร 
จะเกิดรอยด่างขาวแทนรอยฝ้าใด้ และอาจจะแผ่บริเวณด่างขาวกว่างลุกลามไปใด้แม้บริเวิญที่ไม่ใด้ทายา จึงไม่ควน
นำมาใช้รักษาฝ้า         

ส่วนการใช้สารปรอทนั้นจะเกิดความเป็นพิษของสารปรอทใด้ จึงควนระวังและไม่หลงคำโฆษณาง่ายๆ
ใช้ครีมที่ผสมสารปรอท ทาแล้วหน้าจะเป็นรอยถลอก อันตรายมาก ครีมหมอจุฬาจะไม่มีสารจำพวกนี้เลย

การใช้สเตรอยด์แม้จะลบรอยฝ้าใด้ชั้วคราวก็ไม่ควนใช้เพราะสารนี้จะทำให้เกิดอาการข้าง

เคียงมากมาย เช่น ทำให้เกิดสิวสเตรอยด์ (steroid acne)ตามมา ทำให้เกิดอาการผิวหนังฝ่อ ขนดก และเส้นเลือดขยายตัว เป็นต้น

                                                                    

 

ความรู้ทั่วไปกับการชลอความแก่ ความแก่เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ปรารถนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้
หญิงจะกลัวแก่มากที่สุด วัยที่กำลังจะพ้นวัยหนุ่มสาวมาเล็กน้อย เซลล์ของร่างกายรวมทั่งเซลล์ต่าง ๆ ของผิวหนังตลอดจนต่อมใต้ผิวหนังเช่น ต่อมไขมันต่อมเหงือเริ่มมีประสิธิภาพการทำงานลดลง ขับ
น้ำมันหรือเหงือออกมาน้อยลง องค์ประกอบในเนื้อเยื้อเกียวพันเส้นใยคอลลาเจน อีราสตินและกรดไฮ
ยารูนิกมีปริมาณลดลงหรือเสื่อมสลายไปทำให้ความยื่ดหยุ่นหรือความเต่งตึงของผิวหนังลดลงรัก
ษาความชุ่มชื้นไว้ได้น้อยลง จึงปรากฎเป็นรอยย่่น ขาดความยื่ดหยุ่น ผิวบางลงและหยาบ
แห้งตามมา ผิวไม่ลื่นและนุ่มนวลเช่นเดียวกับวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว สิ่เหล่านี้เป็นลักษณะที่บ่งชี้ถึ่งความ
แก่ของผิวหนังซื่งถือว่าเป็นความแก่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือแก่ตามวัย ซึ่งหลีกเลียงไม่ใด้แต่สามารถ
ชลอให้เกิดช้าลงหรือมีการฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูดีขึ้นใด้ โดยการให้สารอาหารสารเสริมสร้างเซลล์ผิว
และวิตา
มินลงไปแทน นอกจากนี้ความแก่ของผิวหนังอาจเกิดจากปัจจัยอื่นใด้หลายประการ เช่น อนุ
มูลอิสระจากขบวนการเมแทบอลิซึมภายในร่างการเอง หรือ
ใด้รับจากภายนอก เช่น จากมลภาวะ ความเครียดแสงแดด ( โดเฉพาะรังสีUVA และ UVB) และ
อาหาร อนุมูลอิสระเหล่านี้สามารถทำลายเซลล์ของร่างกายรวมทั้งเซลล์ผิวหนังทำให้ความแข็งแรง
ของผนังเชลล์ลดลง นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการเสื่อมสลายของเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ความ
สามารถในการรักษาความชื้นความยื้ดหยุ่นลดลง ผิวหนังจึงเกิดการเหียวย่นตามมา เรียกว่าแก่ก่อน
วัยอันสมควน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลียงหรือป้องกันมิให้เกิดหรือทำให้เกิดน้อยลงใด้ ความแก่ก่อนวัยนี้
เกิดขึ้นใด้กับทุกคนโดนเฉพาะผู่ที่เสียงกับการใด้รับอนุมูลอิสระ เช่น การทำงานกลางแสงแดดโดย
ไม่ป้องกัน เครียด อยู่ในมลภาวะนานๆ ตลอดจนรับประทานอาหารที่ก่ออนุมูลอิสระเป็นต้น

 ผลิตภันฑ์ชลอควาแก่จึงมีบทบาทมากในปัจจุบัน มีการค้นคว้าวิจัยมากมายเพือจะหาสารหรือวิธี
การที่จะทำให้แก่ช้าลงตราบนานเท่าที่จะทำใด้ ทั้งจากสารสังเคราะห์ทางเคมีและสารธรรมชาติ สาร
เหล่านี้ ใด้แก่ สารให้ความชุ่มชื้นเป็นพิเศษต่อผิวหนัง สารหารหรือวิตามินทดแทนสิ่งที่ขาดไปหรือ
ลดน้อยลงตามธรรมชาติในผิวหนัง การฟื่นฟูและปรับสภาพผิวให้ตึงเรียบ สารต้านอนุมูลอิสระ หรือ
แอนติออกซิแดนท์ ครีมหมอจุฬาร้านคุณสมัย  เป็นต้นครีมหมอจุฬาแท้สูตรต้นตำหรับมีมอย์เจอร์ไร
เซอร์สารให้ความชุ่มชื้นพิเศษจำนวนมาก

ความแก่ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือแก่ตามวัย ใด้กล่าวแล้วว่าเมื่ออายุมากขึ้นโดยเฉพาะในวัยที่พ้นวัยหนุ่มสาวมาแล้ว  ( 30 ปีขึ้นไป ) การทำงานหรือ
ประสิทธิภาพของเซล์ร่างกายเริ่มลดลง เซล์ผิวหนัง ต่อมใขมันใต้ผิวหนัง ตลอดจนเส้นใยคอลาเจน อีล
าสตินและกรดไฮยาลูโรนิกมีประสิธิภาพในการทำหน้าทีลดลงไปด้วย มีผลทำให้เกิดรอยย่นบนผิวหนัง
ผิวบางลงและหยาบแห้ง ตลอดจนขาดความยืดหยุ่นหรือความเต่งตึง( หย่อนยาน )รอยเหียวย่นบนผิวหนัง
อาจเกิดขึ้นใด้หลายลักษณะ เช่น

1 รอยย่นชัวคราว 
เป็นรอยย่นที่มีลักษณะเล็ก ตื้น เมือดึงจะหายไป เกิดจากภาวะขาดน้ำหรือความชุ้มชื่นบน
ผิว เช่น การใช้สบู่หรือสารชำระล้างซึ่งเป็นด่างทำลายเซลล์ผิวทำให้ผิวหยาบแห้งความเป็นด่างยัง
สามารถย่อยสลาย ceramide ซึ่งมีอยู่ใน skinfat ทำให้ corneocyte ไม่สามารถยึดติดกันได้ดี ผิวจึง
หลุดลอกและตกสเก็ดใด้ง่าย นอกจากนี้การที่ไขมันผิว ( sebum & skin fat)ถูกทำลายโดยการไช้สารชำ
ระล้างที่แรงเกินไปหรือต่อมไขมันใต้ผิวหนังขับใขผิวหนังออกมาน้อยลง มีผลทำให้หน้าที่ในการ
ป้องกันการสูณเสียน้ำจากผิวด้อยลงไป ผิวจึงแห้งและเกิดรอยย่นชั่วคราวนี้ใด้ กรนี้นี้สามารถแก้
ใขใด้ง่ายโดยการทดแทนไขมันแก่ผิว เช่น ใช้สารมอยซ์เจอไรเซอร์ทั้งหลาย

2 รอยย่นถาวร 
เป็นลักษณะที่ผิวหนังเกิดการยุบตัวลงไปจนมีลักษณะขรุขระ เป็นรอยย่นที่ลึกและดึงไม่หาย
 เกินเนื่องจากผิวหนังบางลง เส้นใยคอลลาเจน อีลาสตินและกรดไฮยาลูโรนิกในหนังแท้มีปริมาณ
ลดลง ทำให้ผิวหนังสูณเสียความชื้นและความยืดหยุ่น รอยย่นแบบนี้เป็นลักษณะที่บ่งบอกถึง
ความแก่ของผิวหนัง มีผู้ศึกษาพบว่าเมืออายุมากขึ้นผิวหนังในคนสูงอายหรือคนแก่ (แก่ตามวัย) มีความ
เปลียนแปลงเกิดขึ้นภายในโครงสร้างของผิว ดังนี้
1 ต่อมต่างๆ ใต้ผิวหนังทำงานลดลง เช่น ต่อมเหงือ ต่อมใขมัน ทำให้สาร NMF ในผิวหนังและใขมันผิว 
( sebum และ skin fat) มีปริมาณลดลง เกิดผิวแห้งตามมาและการใหลเวียนของโลหิตลดลง ดังที่
พบในคนแก่ทั่วไป

2 langerhan cell มีปริมาณลดลงเหลือ 50% มีผลทำให้ภูมต้านทานของผิวลดลง ผิวจึงแพ้ง่าย

3 เส้นใยคอลลาเจน ( soluble collagen ) และอีลาสติน ซึ่งอุ่มน้ำและให้ความยื้ดหยุ่นแก่ผิวมีปริมาณ
ลดลงปีละ 1% ( หลังจากอายุ20ปีขึ้นไป ) พบว่าบางส่วนยังเกิดการแปลสภาพ ( cross link )เป็นไป
 insoluble collagen มากขึ้น ซึ่งไม่สามารถอุ้มน้ำและเสียความยืดหยุ่นไป นอกจากนี้ปริมาณของ hyaluro
nic acid และ germatin sulfate ในชั้นหนังแท้ลดลงทำให้สูณเสียความชุ้มชื้นและความยื่ดหยุ่นเช่นกัน มีผล
ทำให้ผิวหนังเกิดรอยย่นที่ลึกและขาดความยืดหยุ่นหย่นยาน ( ดึงไม่หาย )

4 เซลล์สร้างสีผิว( melanocytes ) มีปริมาณลดลงประมาณ 10-20% ทุก 10 ปี ทำให้มีเมล็ดสีผิวหรือ
เมลานินในการป้องกันแสงแดดน้อยลง ผิวจึงเกิดการแพ้แดดหรือถูกแดดเผาใด้ง่ายขึ้นและทำให้
เกิดรอยต่างขาวบนผิว ( ผิวตกกะ )ใด้ง่าย

5 ขบวนการในการผลัดเปลียนเซลล์ผิว ( cell turnover)ลดลง

6 ปริมาณเซลล์ในชันล่างสุดของหนังกำพร้า ( basal cell)ลดลงอย่างมากมีผลทำให้ผิวหนังบางลง ชั้น
หนังแท้ก็บางลงด้วยเพราะคอลลาเจน อีลาสตินและกรดไฮยาลูนิกลดลงหรือเสื่อมสลาย

 การเปลียนแปลงโครงสร้างเหล่านี้มีผลทำให้ผิวบางลง เกิดรอยเหียวย่น ( ทั่งรอยย่นชั่วคราว รอยย่นถาวร)
ผิวหยาบแห้ง หย่นยาน ตกกระ และแพ้ง่าย ดังที่พบในผิวคนแก่ทั่วไปซึ่งต่างจากผิววัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว

การชลอความแก่

 ความแก่ที่เป็น่การแก่หรือูตามวัยสามารถชะลอให้เกิดช้าลงใด้ฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูดีขึ้นใด้โดยการ
ให้สารที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นพิเศษต่อผิวหนัง  สารอาหารและวิตามินทดแทนส่วนที่ขาดหายไปสาร
เสริมสร้างเซล์ผิวหรือฟื้นฟูปรับสภาพผิวให้ตึงเรียบเนียนเป็นต้นส่วนความแก่เนื่องจากแสงแดดหรือ
อนุมูลอิสระซึ่งเป็นการแก่ก่อนวัยนั่นสามารถหลีกเลี่ยงหรือป้องกันใด้โดยการหลีกเลี่ยงหรือป้องกันผิว
จากแสงแดดหรือ   การใช้สารต้านอนุมูลอิสระ  เพื่อป้องกันมิให้เซลล์ผิวถูกทำลายลงไป  นอก
จากนี้อาจใช้วิธีการลอกหน้าเพื่อลอกเซล์ผิวที่เหียวย่นออกไป  เช่น  ก่รทำเบบี้เฟช  ซึ่งมีความอัน
ตรายต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์  การลอกผิวหน้าด้วยกรดผลไม้ ( AHA )หรือกรดวิตามินเอ
 ( retinoic acid ) เป็นต้นเหล่านี้มีผลข้างเคื่อง เช่น ทำให้ผิวแพ้ง่าย ระคายเคื่อง  ควรระวังจะต้องปรึกษา
ผู้เชี่ยวชาญก่อใช้

จะขอกล่าวถึงสารซึ่งนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ชลอความแก่หรือลดรอยเหียวย่นของผิว ดังนี้
1 สารซึ่งให้ความชุ่มชื้นเป็นพิเศษแก่ผิวหนัง
  1.1 lipid replacement and occlusion
             เป็นสารที่ทดแทนใขมันให้กับผิวหนังซึ่งลดน้อยลงไป ใด้แก่ การใช้สารอีมอลเลียนท์ซึ่ง
สามารถลดการระเหยของน้ำออกจากผิวได้ดีเป็นพิเศษ เช่น ceramiddes กรดใขมันจำเป็น pet
rolatum วิตามินอีและอาจใช้ liposome ช่วยเพิ่มพาสารอาหารดูดซึ่มเข้าผิวได้ดีขึ้น

2 สารอาหารและวิตามิน
เป็นสารซึ่งใช้เพือทดแทนสารอาหารและวิตามินที่มีอยู่ในผิวหนังตามธรรมชาติซึ่งถูกทำ
ลายไป หรือปริมาณลดลง อาจอันเนื่องมาจากการเสื่อมสลายของเซลล์ผิวหนังซึ่งเกิดจากสิ่ง
แวดล้อม เช่น สารเคมี สถาพภูมิอากาศ แสงแดดเป็นต้น หรืออันเนื่องมาจากอายุที่มากขึ้นของผิว
หนัง ทำให้ผิวหนังสูณเสีย ความชื่น ความยื่ดหยุ่น  ผิวเกิดรอยเหียวย่นและหยาบแห้ง และปกป้อง
ร่างกายใด้น้อยลง ดังนั่นเพือเป็นการรักษาคุณภาพและความงามของผิวหนังให้มีอายุนาน
ที่สุด หรือเป็นการชลอการเสื่อมโทรมหรือความแก่ของผิวหนัง จึงมีการใช้สารอาหารและวิตามิน
ต่างๆ เป็นองค์ประกอบในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั่งหลายเพือเพิ่มความยื่ดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิวหนัง
ทำให้ผิวหนังเต่งตึงและนุ่มนวลเช่นในวัยหนุ่มสาว

3 สารเสริมสร้างเซลล์ผิว
( SKin rejuvenate ) เป็นสารที่ช่วยเร่งเมแทบอลิซึ่มของเซลล์ผิวช่วยทำให้การผลัดเปลียนเซลล์
ผิวและการสร้างเซลล์ผิวใหม่ดีขึ้น ผิวจึงแลดูอ่อนเยาว์อยูเสมอ

4 สารต้านอนุมูลอิสระ
สารต้านอนุมูลอิสระหรือแอนตี้ออกซิแดนท์มีบทบาทในการป้องกันเชลล์ผิวหนังจากการถูกทำ
ลาย จึงใช้ป้องกันหรือชลอความเหียวย่นของผิวหนัง

หน้าที่ของผิวหนัง
1  ปกคุมร่างกาย ปิดบังส่วนที่ไม่หน้าดูซึ่งอยู่ใต้ลงไป ลักษณะผิวหนังที่ปรากฎ เช่นสีผิว ความมัน 
ความละเอียดหรือหยาบแห้ง เป็นสิ่งเสริม บุคลิกภาะและความงามในสังคม
2  เป็นส่วนที่บ่งชี้ถึงสุขภาพของร่างกาย และจิตรใจรวมถึงวัยด้วย ถ้าร่างกายขาดสารอาหาร เช่น
วิตามิน จะแสดงอาการทางผิวหนังอย่างเด่ชัด
3  เป็นอัวยวะป้องกันอันตรายแก่ร่างกาย ป้องกันเชื้อโรค แสงแดด สารพิษ เป็นต้น
4  ให้ความรู้สึกจากการสัมผัส ความร้อน ความเย็น ความเจ็บปวดและความสบาย
5  ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย โดยเมืออากาศร้อนจะขับเหงือออกทำให้ร่างกายเย็นลง
6  เป็นแหล่งสร้าวิตามินดีจากแสงแดดแก่ร่างกาย
7  ไขมันที่อยู่ใต้ผิงหนังเป็นพลังงานสำรองแก่ร่างกาย
8  ช่วยควบคุมระดับน้ำในร่างกาย โดยการระเหยหรือขับเหงือ นอกจากนี้ยังมีใขผิวหนังช่วยป้องกันการสูญเสียความชิ้นจากร่างกายมากขึ่น

 



 


 

 
สติกเกอรืโฮโลแกรมของร้าน
ป้องกันสินค้าปลอม ออก
ไปให้ชมแล้ว


ครีมหมอจุฬาของเราแท้100%
ไปษณีไทย
bbl k bank scb
 
0
7 8 9 /
4 5 6 *
1 2 3 -
0 +/- . +
C
=

ครีมหมอจุฬา

         
ผลการส่งตรวจครีมหมอจุฬา
 
 
ร้านครีมหมอจุฬา เลขที่ 24/1-2 ถนนเพรชเกษม  ชอยเพรชเกษม69  หลักสอง บางแค กรุงเทพมหานคร  10160
เว็บไชค์ http://www.creamjura.info  อีเมลล์ samai.p@hotmail.com sitemap
โทร 02-8087121  มือถือ 089-7843355
ทะเบียนการค้าเลขที่  3400400635462